ถอดรหัส Compassionate Innovation ธีมงาน HA National Forum ปีต่อไป - MSK News

Breaking

  

Home Top Ad

วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568

demo-image

ถอดรหัส Compassionate Innovation ธีมงาน HA National Forum ปีต่อไป

add
D21_Grand%20Diamond_188_0

ปิดฉากไปแล้วสำหรับงานประชุมวิชาการ HA National Forum ครั้งที่ 25 ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ. ภายใต้หัวข้อ Building Quality and Safety Culture for the Future Sustainability สร้างวัฒนธรรมคุณภาพและความปลอดภัย เพื่อความยั่งยืนในอนาคต

ก่อนพิธีปิดงานในปีนี้ ทาง สรพ. ได้เปรยถึงหัวข้อการประชุม HA National Forum ในปีถัดไป นั่นก็คือ Compassionate Innovation : Shaping the Future of Care นวัตกรรมที่เปี่ยมไปด้วยความใส่ใจ สร้างมิติใหม่ของการดูแล และได้รับเกียรติจาก ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ประธานคณะกรรมการ สรพ. มากล่าวปาฐกถาพิเศษ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในเบื้องต้น เป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนที่ชาวคุณภาพทั้งหลายจะได้มาร่วมกันเรียนรู้อย่างเต็มอิ่มในปีต่อไป

D21_Grand%20Diamond_407_0

อาจารย์ประสิทธิ์ เริ่มต้นด้วยคำนิยามของคำสำคัญต่างๆ คือ Passion แปลว่าความหลงใหล แต่ถ้าแปลลงไปลึกๆ ความหลงใหล หมายถึงความคลั่งไคล้ ความชอบอย่างมากจนแทบไม่อาจจะยับยั้งใจตนเองได้ ในพจนานุกรมภาษาไทยใช้คำว่า จนไม่อาจยับยั้งใจตัวเองได้ แต่ถ้าภาษาอังกฤษใช้คำว่า แทบจะยับยั้งใจตัวเองไม่ได้ และเมื่อเอาทั้ง 2 อย่างมาผสมกัน หมายความว่า เวลาเราสร้างอะไรสักอย่างหนึ่ง เราจะรู้สึกอยากทำ ไม่ทำไม่ได้ เพราะความหลงไหลนำมาซึ่งความสุข ความตื่นเต้น และนำไปสู่ความคาดหวังในชีวิต

“ความหลงไหลมีหลายความหมาย ความหลงไหลบางอย่างอาจจะเป็นความหลงใหลที่ไม่ได้สื่อประโยชน์อะไรมากมาย เช่น ติ่งเกาหลี หมายความถึงความหลงใหลในศิลปิน นักร้อง ดาราเกาหลี อย่างมากมาย แต่ขณะเดียวกัน ความหลงใหลบางอย่างนำไปสู่สิ่งที่กระทบกับชีวิตของเรา เช่น แนวคิด วาบิ-ซาบิ (Wabi-Sabi) มันไม่ใช่แค่เรื่องของการออกแบบสถาปัตยกรรม แต่ยังหมายความถึงการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่ท่ามกลางสิ่งที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้คนบางคนผ่านจากความทุกข์แล้วมีความสุขกับชีวิตที่ง่ายๆ ขณะเดียวกัน ความหลงไหลบางอย่างก็ไม่สามารถบอกได้ว่าดีหรือไม่ดี เช่น บางคนหลงใหลในทำงานจนกลายเป็น Workaholic ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนเสียชีวิต เสียความสุขในครอบครัวไป”อาจารย์ประสิทธิ กล่าว

D21_Grand%20Diamond_154_0

อาจารย์ประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อพูดถึง Compassionate เรากำลังพูดถึงคำ 2 คำ คือคำว่า Com ซึ่งเป็น prefix เวลามาอยู่ข้างหน้าคำอื่นแปลว่าร่วมกัน ส่วน Passion คือความหลงใหล ดังนั้น Compassionate จึงหมายความถึงการมีความหลงใหลร่วมกัน เป็นความหมายเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่ความหลงใหลแบบดารา แต่มีความหมายเชิงบวก หมายความถึงการที่เรามีความรู้สึกร่วมกันที่อยากจะช่วยคนที่เดือดร้อน อยากช่วยคนที่เคราะห์ร้ายต่างๆ อยากมีส่วนร่วมกันช่วยคนเหล่านั้น ถึงขั้นที่ไม่ต้องให้เรียกร้องขอความช่วยเหลือ แต่เราจะวิ่งเข้าไปช่วยเลย

“ดังนั้น Compassionate เป็นศัพท์ภาษาอังกฤษที่มีความหมายในเชิงบวก และเป็นคำมงคลที่เราจะมากำหนดเป็นธีมของงาน HA National Forum ในปีหน้า”อาจารย์ประสิทธิ์ กล่าว

อาจารย์ประสิทธิ์ ยังขยายความต่อไปเพื่อให้เข้าใจคำว่า Compassionate อย่างลึกซึ้ง โดยชี้ว่า Compassionate ไม่ใช่เพียงแค่ใส่ใจ แต่จะเกิดขึ้นต่อเมื่อครบ 4 องค์ประกอบ เริ่มต้นด้วย Attending ความใส่ใจให้ความสำคัญ แต่เห็นคนเดือดร้อนแล้วเราใส่ใจยังไม่พอ ต้องมี Understanding พยายามทำความเข้าใจว่าอะไรทำให้เขาเดือดร้อน อะไรทำให้เขาทุกข์ ยังไม่พอ ต้องมี Empathizing หมายความว่าเมื่อสอบถามจนรู้สาเหตุของความทุกข์แล้ว ความรู้สึกนั้นเข้ามากระทบในจิตใจเรา และองค์ประกอบที่ 4 คือ Helping หรือเกิดการลงมือกระทำในการช่วยเหลือนั้นจริงๆ

D21_Grand%20Diamond_150_0

ต่อมา คำว่า Innovation หรือนวัตกรรม อาจารย์ประสิทธิ์แจกแจงออกมาเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ “นวัตกรรมเพื่อนวัตกรรม” ยกตัวอย่างเช่น องค์การนาซ่าทำงานวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมให้มนุษย์อวกาศสามารถเขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆได้ด้วยปากกาในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง นาซ่าทำงานวิจัยไปกับเรื่องนี้เยอะมาก จนปี 2017 มีคนเขียนบทความตั้งคำถามว่านาซ่าใช้เงินไปกี่ล้านเหรียญในการพยายามสร้างนวัตกรรมสร้างปากกลูกลื่นไปเขียนในอวกาศ ในขณะที่รัสเซียใช้ดินสอซึ่งบันทึกได้เหมือนกันไม่เห็นต้องมีนวัตกรรมอะไร

อาจารย์ประสิทธิ์ ขยายความว่า นวัตกรรมเพื่อนวัตกรรม คือนวัตกรรมทำมาเพื่อพิสูจน์ว่าฉันทำสิ่งเหล่านี้ได้ แต่คำถามคือได้แล้วยังไงต่อ ซึ่งเวลาพูดถึง Compassionate Innovation เราไม่ได้พูดถึงนวัตกรรมแบบนี้ แต่พูดถึง "นวัตกรรมเพื่อวัตถุประสงค์จำเพาะ" เช่น นวัตกรรมการผลิตหลอดไฟของโธมัส เอดิสัน ซึ่งแก้ปัญหา ทำให้ความสว่างเกิดขึ้น ความเสี่ยงจากไฟไหม้จากการจุดเทียน ก็น้อยลง

“นวัตกรรมเป็นผลจากการที่คน องค์กรหรือสังคม มุ่งหาวิธีในการแก้ไขปัญหาที่เราพบเจอ ซึ่งในด้านสุขภาพนี้ คำว่านวัตกรรมไม่ได้หมายถึงเทคโนโลยีอย่างเดียว การใช้กระบวนการต่างๆ การจัดการใหม่ๆ ก็เป็น Management Innovation, Process Innovation ขณะเดียวกัน ถ้าพูดถึงนวัตกรรมที่เป็นผลผลิตออกมาก็คือ Product Innovation หรือบางอย่างเป็น Procedure Innovation เช่น ปรับรูปแบบการผ่าตัดที่ทำผ่าตัดได้ดีขึ้น เป็นต้น ซึ่งเราทุกคนสามารถเข้าถึงการสร้างนวัตกรรม อาจไม่เป็น Product แต่เป็น Process หรือ Management ก็ได้ ในกระบวนการทำงานที่ทำอยู่ เราเห็นความเดือดร้อนของผู้ป่วยเราทุกวัน แปลว่าเรามีนวัตกรรมได้ทุกวัน ขอเพียงอย่างเดียว เราเห็น เราใส่ใจมัน เราพยายามเข้าใจมัน และทำให้มันเกิดขึ้น”อาจารย์ประสิทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ในแง่บริการสุขภาพ เราต้องตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับบริการ จริงอยู่ที่เมื่อทุ่มเงินลงไปแล้วจะมี Innovation แต่สำหรับ Compassionate Innovation นวัตกรรมนั้นต้องตอบโจทย์ความต้องการ ความคาดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งของผู้ป่วย อะไรที่เป็นความจำเป็นของผู้ป่วย ญาติ บุคลากร หรือสังคม รวมถึงตอบโจทย์ประสบการณ์ที่ดีของผู้รับบริการ

ดังนั้น นิยามของ Compassionate Innovation จึงเป็นการนำนวัตกรรมต่างๆ มาแก้ไขปัญหา ยกระดับคุณภาพชีวิต ของมนุษย์ โดยการใช้ 4 องค์ประกอบข้างต้น ใช้การเห็นความเดือดร้อนของผู้ป่วยเป็นตัวผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนสร้างนวัตกรรม และเมื่อเชื่อมโยงกับระบบสุขภาพ การดูแลสุขภาพคือการให้ความสำคัญ การใส่ใจในความเจ็บป่วย ทุกข์ที่เกิดขึ้นในการเจ็บป่วยนั้นๆ Understanding เข้าใจสถานการณ์ สถานภาพ เหตุปัจจัย ปัจจัยอะไรทำให้เกิด ปัจจัยอะไรทำให้ความเจ็บป่วยน้อยลง และที่สำคัญ เข้าใจถึงความสัมพันธ์ของปัจจัย เจ็บป่วยทางกายนำไปสู่ความเจ็บป่วยทำใจ และสุดท้ายนำไปสู่ความเจ็บป่วยทางสังคม ดังนั้น บริบทของ Compassionate Innovation จึงขยายวงครอบคลุมไปถึงมิติทางสังคมด้วย

อาจารย์ประสิทธิ์ กล่าวสรุปว่า Compassionate Innovation อาจแบ่งคร่าวๆ ได้หลายกลุ่ม เช่น Product Innovation เช่น กล้องส่องระบบทางเดินอาหาร หรือใกล้ตัวเข้ามาก็คือ Process Innovation สิ่งที่ทำอยู่ทุกวันในโรงพยาบาล กระบวนการภายใน Workflow ต่างๆ ลองคิดว่ามีวิธีใหม่หรือไม่ที่จะเกิดประโยชน์กับผู้รับบริการและมีประโยชน์กับบุคลากรด้วย ตัวอย่างเช่น ระบบการนัดหมายจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน และในต่างประเทศเริ่มนำ AI เข้ามาเรียนรู้พฤติกรรมของแพทย์ในห้องผ่าตัด แล้วระบบจะเตรียม Set ผ่าตัดเฉพาะสำหรับแพทย์คนนั้น เป็นต้น

Business Model Innovation สร้างรูปแบบโมเดลธุรกิจหรือบริการใหม่ๆ เช่น การนำ Tele-medicine มาประยุกต์กับการให้บริการ ปัจจุบัน Telepsychiatry มีการใช้งานอย่างมาก จากเดิมเวลาพบจิตแพทย์ต้องเดินไปโรงพยาบาล แต่ Telepsychiatry ทำให้เข้าถึงบริการได้โดยไม่มีบุคคลที่ 3 รู้ หรือ Telerehabilitation ก็เริ่มได้รับความนิยมด้วย

Social Innovation นวัตกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อให้สังคมเข้าใจถึงสิ่งต่างๆ เช่น การนำเทคโนโลยีการสื่อสารหรือสื่อสังคม มาใช้ในการสื่อสารสังคมได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องในยุคที่มีการแพร่กระจายของข้อมูลอย่างล้นหลาม (Infodemic) และ Technological Innovation หรือการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ให้การรักษาดีขึ้น เช่น กล้องส่องผ่าตัด การตรวจการกลายพันธุ์ของเซลล์มะเร็ง เป็นต้น

“ผมอยากชวนทุกคนมาร่วมกันทำ เพราะสิ่งเหล่านี้จะ Shape อนาคตระบบบริการสุขภาพอย่างไรอยู่ที่พวกเราทุกคน ทุกคนสร้างนวัตกรรมเพื่อผู้รับบริการของเราได้ ลองคิดสิ่งใหม่ๆ และลองทำ สุดท้ายท่านจะพบกับความสุขใหม่ๆจากการที่เราคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ เพื่อให้คนที่มีความทุกข์ มีทุกข์น้อยลง”อาจารย์ประสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *