3 หลักสูตรแห่งอนาคตของ BCC ในงาน BCC Educational Forum 2025 - MSK News

Breaking

Home Top Ad

วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568

demo-image

3 หลักสูตรแห่งอนาคตของ BCC ในงาน BCC Educational Forum 2025

add
%E0%B8%9B%E0%B8%81.jpg

ด้วยโอกาสโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยก้าวเข้าสู่ปี 173 ปี และครบรอบ 30 ปี EIPสู่การพัฒนาเป็น หลักสูตรนานาชาติ Execellent International Program : โรงเรียนนานาชาติในบริบทไทย

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2568 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (BCC) จัดงาน “BCC Educational Forum 2025” ภายใต้แนวคิด “Legacy of Excellence, Future of Innovation” ซึ่งเป็นงานสัมมนาการศึกษาแห่งปีโดยงานนี้จัดเพื่อแสดงถึงความก้าวหน้าของการศึกษา นวัตกรรม และการพัฒนา 3 หลักสูตรของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน พร้อมทั้งประกาศเปิดตัวบัตรนักเรียนรูปแบบใหม่ที่เดียวในประเทศไทย

1. หลักสูตรนานาชาติ Excellent International Program เป็นหลักสูตรที่ออกแบบการเรียนการสอนโดยครูต่างชาติที่เป็น Native English Speaker ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครูสัญชาติสหรัฐ อังกฤษ ออสเตรเลีย เพื่อให้มั่นใจว่านักเรียนมีความคุ้นเคยและใช้สำเนียงภาษาอังกฤษได้อย่างมีมาตรฐาน โดยมีตารางสอนจำนวน 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์มีอัตราการเข้าชั้นเรียนของของ Native Speaker ไม่ต่ำกว่า 28 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

A-2

ในหลักสูตรนี้ มีโครงสร้างที่ชัดเจน ตั้งแต่สื่อการสอนเราจัดการให้ปรับห้องเรียนให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาให้เหมาะกับการเรียนรู้สำหรับการสอนในรูปแบบนานาชาติ พร้อมด้วยหนังสือเรียนที่ไม่ใช่หนังสือไทยแปลเป็นภาษาอังกฤษ แต่เราใช้หนังสือนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้นักเรียนเรียนรู้คำสำคัญทางวิชาการที่เป็นภาษาอังกฤษ ให้นักเรียนได้ซึมซับและเข้าใจมาตรฐานวิชาการในระดับนานาชาติอย่างลึกซึ้งเพื่อให้พร้อมกับการวัดระดับมาตรฐานระดับโลกในระดับมัธยมศึกษา ด้วยผลการสอบ SAT เฉลี่ย 1100 คะแนน ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานการรับเข้าหลักสูตรนานาชาติในมหาวิทยาลัยไทยซึ่งต้องมีคะแนนอย่างต่ำ 600 คะแนน และคะแนนวัดระดับภาษาอังกฤษอย่าง IELTS มีคะแนนเฉลี่ยน 7.5-8 คะแนน ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการเข้าคณะแพทย์ของทุกมหาวิทยาลัย ทั้งหลักสูตรไทย และหลักสูตรนาชาติ รวมถึงความสามารถในการสอบวัดระดับ GED, IGCSE ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยในระดับสูง

A-3

จุดเด่นของหลักสูตรนี้ คือ หลักสูตรนี้สอนโดยครูเจ้าของภาษา 100% เพื่อให้เด็ก ๆ ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยอาศัยโครงสร้างหลักสูตร Pearson Edexcel ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใช้ในโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ แม้จะเป็นหลักสูตรนานาชาติ แต่เด็ก ๆ ยังคงอยู่ในบริบทของความเป็นไทย อย่างครบถ้วน

"ในหลักสูตรนี้ถ้าหากผู้ปกครองต้องการให้ลูกเรียนในระบบที่พร้อมต่อยอดสู่มหาวิทยาลัยต่างประเทศ หรือ สามารถแข่งขันในตลาดแรงงานระดับโลก หรือกลับมาทำธุรกิจในตลาดประเทศไทยได้ EIP ของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน คือทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ"

นักเรียนชั้นมัธยมปลายทุกคนมีความสามารถในการทดสอบเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ทั้งหลักสูตรหลักสูตรไทย และนานาชาติ เช่น นักเรียนจะเข้าได้ทั้ง สถาปัตย์จุฬาภาคอินเตอร์ที่รองรับทักษะภาษาอังกฤษเพื่อโรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนไทย แต่สถาปัตย์จุฬาหลักสูตรไทยที่เรียนจบแล้วมีใบประกอบวิชาชีพสถาปัตย์สามารถเซ็นแบบได้จะมีเงื่อนไขและวิธีการคัดเลือกที่ทำให้นักเรียนไทยได้เปรียบในทดสอบและได้รับคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ

A4

2. หลักสูตร Young Creative Innovator Program

จุดเด่นของหลักสูตรนี้ คือ การเปลี่ยนโครงสร้างวิชาใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ซึ่งออกแบบและปรับเพิ่มรายวิชาที่สนุกสนานบนฐานการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมความเข้าใจในการสร้างสรรค์และพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม สู่ระดับประถมศึกษาตอนปลายที่เน้นเรื่องการนำความรู้สู่การประยุกต์ใช้สามารถพัฒนาโครงงานบนฐานนวัตกรรมได้ สู่การต่อยอดในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่สามารถพัฒนาเป็นต้นแบบ ต้นทุน และแนวทางต่อยอดทางธุรกิจตามแนวคิดผู้ประกอบการ และมีการปรับการเรียนจาก “แผนการเรียนวิศวกรรมชีวการแพทย์” สู่ “แผนการเรียนนวัตกรรม” เพื่อเปิดโอกาสในการเรียนรู้กับกลุ่มนักเรียนที่หลากหลาย และนำไปสู่แผนงานนวัตกรรมที่ครบวงจร ซึ่งทั้งหมดนี้จะอยู่ภายใต้การดำเนินงานของฝ่ายวิชาการร่วมกับ “ศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์” หรือ RDii ซึ่งพันธกิจหลักคือการสร้างสรรค์ DNA นวัตกรรุ่นเยาว์ตั้งแต่ประถมศึกษา สู่ศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งที่ผ่านมาด้วยศักยภาพของศูนย์วิจัยฯเกิดการเรียนรู้เรื่องนวัตกรรมทั่วทั้งโรงเรียน และสามารถต่อยอดความสำเร็จของนักเรียนด้วยการชนะรางวัลระดับโลกมากมายหลายรางวัล ทั้งหมดนี้ทำให้เราสร้างมาตรฐานหลักสูตรใหม่ที่เป็นมากกว่าโรงเรียนวิทยาศาสตร์ แต่เป็นโรงเรียนนวัตกรรมแห่งความยั่งยืน

3. หลักสูตร BCC Global Program

จุดเด่นของหลักสูตรนี้ คือ มีการเรียนการสอน 4 วัน โดยมุ่งเน้นการบูรณาการแนวคิดความเป็นพลเมืองโลกกับวิชาการสาขาต่าง ๆ ให้นักเรียนเข้าใจในประเด็นปัญหาระดับโลก รู้จักการนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติ และเตรียมพร้อมสู่ประชากรยุคใหม่ในอนาคต รวมถึงมีกิจกรรมส่งเสริมทักษะด้านต่างๆ ที่นักเรียนสนใจอย่าง Funtastic Friday กิจกรรมพิเศษทุกวันศุกร์มีบริษัทชั้นนำระดับมืออาชีพที่หลากหลายให้นักเรียนได้เรียนรู้ และสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ในปีการศึกษา 2568 จะมีโอกาสได้เลือกวิชาที่เขาสนใจเพื่อล็อกตารางเรียนประจำในทุกสัปดาห์ หรือผู้ปกครองสามารถพานักเรียนไปฝึกฝนในโครงการพิเศษส่วนตัวนอกโรงเรียนโดยไม่มีการบันทึกเวลาเรียน

โดยทั้ง 3 หลักสูตรนี้มีการเรียนการสอนด้าน นวัตกรรม ด้านเทคโนโลยีระดับโลกด้วย BCC AIRS( Advanced Integrated Robotics and Security Systems)โดยตัวย่อของคำว่า AIRS คือการให้ความสำคัญกับ AI Technology, Internet of Things, Robotics Technology และ Security in Cyberspace ซึ่งหลักสูตรนี้บริหารจัดการโดยบริษัท All Robotics บริษัทชั้นนำด้านวิทยาการหุ่นยนต์

A-5

อาจารย์วราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและมาตราฐานคุณภาพ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการ และผู้จัดการ กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้ว เราได้รับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 400 คน ทั้งห้องเรียนหลักสูตรนวัตกรรุ่นเยาว์สร้างสรรค์รุ่นใหม่ หลักสูตรการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นพลเมืองโลก และหลักสูตรการศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ นั่นทำให้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียวิทยาลัยมีอัตราการสมัครเข้าเรียนสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ปกครองที่มีต่อเรา แต่ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถิติ มันสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของเราในการพัฒนาหลักสูตร และการดูแลนักเรียนอย่างรอบด้าน นั่นเป็นเหตุผลที่เรามุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพสูงสุด เพื่อให้เด็ก ๆ ทุกคนได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งทางวิชาการ จริยธรรม และทักษะชีวิต

A-6

ดร.วิชัย สีสุด รองผู้อำนวยการด้านนโยบายและแผน ผู้รับผิดชอบงานวิชาการทั้งหมดของโรงเรียนกล่าวว่า การเรียนการสอนในยุคนี้ ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียนอีกต่อไป โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยเองก็ได้วางแนวทางอย่างเป็นระบบในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ โดยเน้นไปที่ 3 แกนหลักสำคัญ ดังนี้

1. โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี: การอัปเกรดระบบเครือข่าย การเพิ่ม Cloud-based Learning Platform และการใช้ AI สนับสนุนการเรียนรู้

2. ขยายขีดความสามารถในการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid Learning): รองรับการเรียนออนไลน์ ร่วมกับการเรียนรูปแบบปกติ การสอนเสริมด้วย VR และเทคโนโลยี AI

3. สร้างสังคม Cashless School ที่ปลอดภัย: ระบบบัตรดิจิทัลที่ควบคุมการใช้จ่ายของนักเรียน สร้างวินัยทางการเงิน และความฉลาดรู้ทางการเงิน

A-7

Highlight โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยเปิดตัวบัตร VISA นักเรียน เเห่งเเรกในประเทศไทย ซึ่งโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยได้ร่วมมือกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย, VISA และบริษัท Schooney ร่วมสร้างบัตรที่รวมคุณสมบัติด้านความปลอดภัย การชำระเงินแบบควบคุมได้ และการสะสมคะแนนกิจกรรมในโรงเรียนไว้ในหนึ่งเดียว พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์เส้นทางการพัฒนาแผนการศึกษาปูทางสู่เส้นทางอาชีพในอนาคต ร่วมกับเทคโนโลยี AI และด้วยแนวคิดการปรับบัตรนักเรียนในรูปแบบใหม่โดยความร่วมมือของบริษัท Schooney ผู้วางแผนแบบบริหารโครงการบัตรนักเรียน และบริษัท VISA เพื่อขออนุมัติให้บัตรนักเรียนของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยที่ติดสัญลักษณ์ VISA ได้ และบริหารบัตรแบบเติมเงินผ่านการควบคุมของผู้ปกครอง แม้บัตรใบนี้ไม่ใช่บัตรเคตดิต และไม่ใช่บัตร Debit ซะทีเดียว แต่ด้วยศักยภาพของระบบ และมาตรฐานความปลอดภัยของ VISA ทำให้บัตรใบนี้มีคุณสมบัติล้ำหน้าในมิติใหม่ทางการศึกษา

A-9

ดร.วิชัย สีสุด รองผู้อำนวยการด้านนโยบายและแผน กล่าวเสริมว่า เป็นครั้งแรกที่นักเรียนตั้งแต่ป.1 สามารถมีบัตร VISA โดยไม่ต้องมีบัญชีธนาคาร เพราะนี่ไม่ใช่บัตรเครดิตหรือเดบิต แต่เป็น บัตรอัจฉริยะทางการศึกษา ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับการเรียนรู้และสร้างความฉลาดรู้ทางการเงิน หรือ Financial Literacy ให้กับเด็ก ๆ นอกนี้บัตรประจำตัวนักเรียน มีระบบรองรับสำหรับการเข้า-ออกโรงเรียน ใช้ชำระเงินในโรงเรียน โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ปกครองผ่านแอปพลิเคชั้น ใช้เช็คอินหรือสะสมแต้มจากกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงเรียนเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมที่ดี ช่วยให้ โรงเรียนก้าวเข้าสู่ระบบ Cashless School อย่างสมบูรณ์


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *